ในการที่จะรู้ว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่นั้นจะมีภัยคุกคามอย่างไรและมีอะไรบ้างนั้น จะต้องมีการตรวจสอบและหามาตรการมาแก้ไขอย่างมีระบบ จึงจะทำให้มีความปลอดภัยสูงสุดในราคาที่พอเหมาะและคุ้มค่าแก่การลงทุน

มาตรฐานของระบบการรักษาความปลอดภัย (The Orange Books)
          ในหน่วยงานหนึ่งๆนั้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้เก็บข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในทางธุรกิจนั้นมีระดับความปลอดภัยมากหรือน้อยเพียงใด และมีระดับของความปลอดภัยที่เพียงพอต่องานที่หน่วยนั้นๆรับผิดชอบหรือทำอยู่หรือไม่ มาตรฐานที่นิยมใช้เป็นที่อ้างอิงถึงกันอย่างกว้างขวางก็คือ มาตรฐานทางด้านความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐๆ ที่ออกมาในปี ค.ศ. 1983 และเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ “มาตรฐานสมุดสีส้ม” หรือ “The Orange Books” จุดประสงค์ของการออกมาตรฐานเหล่านี้มีอยู่ 3 ประการคือ
        1.) เพื่อวัดระดับของความน่าเชื่อในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ (Measurement of Trust) โดยจะมีระดับของความน่าเชื่อถือแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 4 กลุ่ม เรียงตามลำดับของความน่าเชื่อถือจากน้อยไปหามากดังนี้คือ

  • ระดับความน่าเชื่อถือ D  à Minimum Security คือ การรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของระบบที่จะต้องมี
  • ระดับความน่าเชื่อถือ C  à Discretionary Protection คือ การรักษาความปลอดภัยของระบบเป็นส่วนๆที่จำเป็น
  • ระดับความน่าเชื่อถือ B  à Mandatory Protection คือ การรักษาความปลอดภัยของระบบทั้งระบบตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
  • ระดับความน่าเชื่อถือ A  à Verified Protection คือ การรักษาความปลอดภัยของระบบในขั้นสูงสุด และสามารถที่จะรับประกันความปลอดภัยได้ตามแบบที่กำหนดไว้

         2.) เพื่อให้คำแนะนำในการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัย (Guidance) แก่บริษัทผู้ผลิตระบบคอมพิวเตอร์ทั้ง Hardware หรือ Software หรือ ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) ต่างๆ เนื่องมาจากว่าระบบรุ่นก่อนๆ นี้ไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยมีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมขั้นพื้นฐานในการรักษาความปลอดภัยที่ดี และนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย (Security Breaches) ในระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น ในระบบปฏิบัติการแบบ UNIX นั้น ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการใช้งานในวงกว้างได้อย่างง่ายดายและอ่อนตัว (Open System Architecture) ดังนั้นระบบนี้จึงเป็นระบบทีถูกจะโจมตีได้อย่างง่ายดายในเรื่องของระบบการรักษาความปลอดภัย  เมื่อเปรียบเทียบกับระบบอื่นๆ แล้ว

        3.) เพื่อเป็นมาตรฐานในการจัดซื้อจัดหา (Acquisition) ของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการระบบที่มีขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยตามที่ต้องการ

          นอกจากการแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ของระดับความปลอดภัยนี้แล้ว ในแต่ละกลุ่มใหญ่ๆก็สามารถที่จะแบ่งระดับของความปลอดภัยออกเป็นกลุ่มย่อยๆได้อีก เช่น ในกลุ่ม C ก็ สามารถแบ่งออกเป็น C1 หรือ C2 หรือ C3 ได้ เป็นต้น ตาราง ที่ 1 แสดงผลการตรวจสอบระดับของความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ในที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป 

ระดับขั้นของความปลอดภัย

ชื่อของระดับขั้น

ตัวอย่างของระบบในท้องตลาด

D

Minimum Security

ระบบที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ หรือยังไม่ได้รับการตรวจสอบ เช่น IBM PC, MS DOS ๆ

C1

Discretionary

IBM: MVS/RACF  หรือ ระบบ UNIX เป็นต้น

C2

Controlled Access Protection

Computer Associations International : ACF/2/MVS

Digital Equipment Corp. : VAX/VMS 4.3

Gould : UTX/32S

HP : MPE  V/E

 

B1

Controlled Access Protection

AT&T : System V/MLS

IBM : MVS/ESA

Secure Ware : CMW+

UNISYS : OS 1100

B2

Structured Protection

 Honeywell Information System : ระบบ Multics

Trusted Information Systems : ระบบ Trusted XENIX

B3

Security Domains

Honeywell Federal Systems : XTS-200

A1

Verified Design

Honeywell Information Systems : SCOMP

Boeing Aerospace : SNS

 ตารางที่ 1 : ผลการตรวจสอบระดับความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ในท้องตลาด


ตัวอย่างของการรับรองระดับความปลอดภัยของ Windows NT 4.0 ในระดับ C2
          ระบบ C2 โดยปกติแล้วนั้นจะมีไว้สำหรับรับรองระดับความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์เดี่ยวๆ (Stand Alone) ที่ไม่เชื่อมต่อกับระบบอื่นๆเลย ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จะทำงานเป็นแบบ Stand-Alone Workstation วิธีการเตรียมระบบเพื่อให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบเพื่อการรับรองความปลอดภัยในระดับ C2 ซึ่งมีดังนี้คือ

        1.) ระบบคอมพิวเตอร์นี้จะต้องมีระบบปฏิบัติการ (Operating System) อยู่เพียงระบบเดียวไม่ใช่มี 2 ระบบ หรือมากกว่า นั้นคือน่าจะมีระบบปฏิบัติการ Windows NT อยู่เพียงระบบเดียวเท่านั้น
        2.) ระบบปฏิบัติย่อย OS/2 และ POSIX ต้องไม่ถูกติดตั้งไว้บนระบบ  
        3.) ตัวหน่วยความจำ (Drives) ที่ใช้ในระบบน่าจะถูก Formatted ให้เป็นระบบไฟล์แบบ NT ไม่ใช้เป็นระบบไฟล์แบบ FAT การติดตั้งระบบนี้สามารถที่จะทำได้โดยการกำหนด Properties ของ Drives
        4.) ระบบ Security Log ต้องไม่เขียนทับเหตุการณ์เก่าๆที่ถูกบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ การกำหนดคุณสมบัตินี้สามารถที่จะทำได้โดย 

  • เปิดโปรแกรม Event Viewer
  • เลือก Log Setting จาก Log Menu
  • เลือก Option ที่เรียกว่า “Do Not Overwrite Events (Clear Log Manually)” 

        5.) ต้องไม่อนุญาตให้มีการใช้ Blank Password หรือ รหัสผ่านเปล่าๆ เราสามารถที่จะทำได้โดย 

  • เปิดโปรแกรม User Manager สำหรับ Domains
  • เลือก Account จาก Policies Menu พร้อมทั้งเลือก Disable Blank Passwords ที่อยู่ใน Minimum Password Length Field พร้อมทั้งเลือก “At least  X  Characters” และกำหนดค่าของ X ไว้ด้วย 

        6.) ต้องไม่อนุญาตให้มีบัญชีผู้ใช้ แบบ Guest Account ได้ ซึ่งเราจะสามารถกำหนดได้จาก User Manager ได้ดังนี้คือ

  • เลือก Guest Account ภายใน User Manager Program
  • เลือก “Account Disabled” Option

 

 

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 คะแนน 0.00 ดาว (จาก 0 คน)

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
Copyright © 2013 • Thailand Knowledge Center
 
Font :
A-
A
A+
X

กรุณากรอกแบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานเว็บไซต์คะ